เทคนิคการเรียนภาษา

[section] [row] [col span__sm=”12″]

เทคนิคการเรียนภาษา โดยไม่พึ่งโรงเรียนสอนภาษาทำอย่างไร

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแชร์ เทคนิคการเรียนภาษา ด้วยตัวเองสามารถใช้ได้กับทุกภาษาเลย จะมีครบเลยทั้งฟังพูดอ่านเขียน ซึ่งผมไม่เคยเข้าเรียนพิเศษที่ไหนมาก่อนเลย Google คือแหล่งการเรียนรู้หลัก เริ่มจากตอนอายุเพียง 13 ปี ที่เรารู้สึกว่าอยากได้ภาษาใหม่ เพราะว่าลงเรียนภาษาจีนเอาไว้ แต่ดันเรียนไม่รู้เรื่องเลย อยากได้ภาษาประเทศอื่นที่เราเรียนรู้เรื่องง่ายกว่านี้ ก็เลยเริ่มลองเรียนรู้ภาษาเกาหลี เราก็เลยรู้ว่ามันเรียนง่ายเราเริ่มจำพวกตัวอักษรได้ไว และ สามารถอ่านออกเขียนได้ไวมาก ๆ เลย เพราะผมรู้สึกว่าตัวอักษรของเกาหลีคล้าย ๆ กับภาษาไทย

 

เทคนิคการเรียนภาษา ต้องเข้าใจโครงสร้างของแต่ละภาษาก่อน

เลยทำให้ เทคนิคการเรียนภาษา ของผมจำได้ไวมากยิ่งขึ้น พอเราเริ่มเรียนที่นานาชาติที่มีเพื่อน รุ่นพี่ ที่เป็นคนเกาหลี เวลาเราสงสัยอะไร เราก็สามารถถามพวกเค้าได้ จริง ๆ ภาษาเกาหลีพึ่งจะเริ่มศึกษาจริงจังได้ไม่ได้นาน เพราะหลัง ๆ เราเริ่มไปเกาหลีบ่อยเริ่มทรึมซับมาบ้าง ก็คิดว่าได้มาขนาดนี้แล้ว พยายามอีกหน่อยละกัน ซึ่งก็ได้สเกลการฟัง และ พูดก็เลยพัฒนามาก ๆ การเรียนภาษาที่ดีนั้นต้องศึกษาโครงสร้างของประโยค ในภาษานั้นก่อนเราจำเป็นต้องรู้ว่าภาษานั้นโครงสร้างคำอะไรอยู่ส่วนไหนของประโยค จะทำให้เราเรียนรู้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

 

อย่างภาษาไทย อังกฤษ จีน จะเป็นประธาน+กริยา+กรรม แต่อย่างภาษาเกาหลี หรือ ญี่ปุ่น จะเป็น ประธาน+กรรม+กริยา ซึ่งจะสลับกัน ส่วนไหนที่ภาษาไหนที่โครงสร้างเหมือนกัน เราจะเรียนภาษานั้นได้ไวมากยิ่งขึ้น อย่างคนไทยจะเรียนภาษาอังกฤษ และ จีนได้ไว ส่วนคนเกาหลี จะเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ไว แต่ว่าเค้าจะมีปัญากับการเรียนภาษานิดนึง เพราะว่าเค้าจะเอากรรมมาก่อนกริรยา พอเรารู้โครงสร้างประโยคสกิลการเรียนภาษาก็จะแบ่งเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน ฉะนั้นเราควรเริ่มจากการฟัง ไมว่าจะภาษาไหน เราควรเริ่มชินกับการฟังภาษานั้น ๆ ก่อน

 

พอเราได้ฟังได้ยินบ่อย ๆ เราจะเริ่มรู้สึกว่าภาษานั้นเป็นภาษาที่แปลก อย่างภาษาอังกฤษง่าย ๆ เลยคือการดูหนัง ดูยูทูป ฟังเพลง โดยอ่านจากเนื้อที่เป็นคาราโอเกะ พยายามจำเนื้อไปด้วย ส่วนภาษาเกาหลีเนี่ยผมคิดว่าการฟังเพลง ไม่ได้ช่วยให้เราเก่งภาษาขึ้น ถ้าอยากเก่งภาษาเกาหลีแนะนำให้ดูหนัง หรือ ซีรีย์เกาหลี เราจะเข้าใจศัพท์ต่าง ๆ ของเค้าได้ไวมากขึ้น เพราะมันเป็นบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริง ๆ เลยทำให้เราเข้าใจได้ง่ายกว่า

[ux_image id=”69″] [blog_posts style=”normal” columns=”3″ columns__md=”1″ image_height=”56.25%”] [/col] [/row] [/section]